จริงหรือที่ "Digital Detox" คือคำตอบสำหรับความเครียดของคนสมัยนี้ นั่นแค่เรียกหลบหนี
ดีทอกซ์ดิจิทัลจริง ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย?
กว่าสองสามปีที่แล้ว ทุกคนเริ่มพูดถึง "digital detox" ราวกับว่านั่นคือวิธีวิเศษที่จะทำให้ชีวิตกลับมาสดชื่นเหมือนก่อนสมัยโซเชียลมีเดีย ปิดโทรศัพท์ไปสัปดาห์หนึ่ง ไปแคมป์ไม่มีสัญญาณเน็ต ตื่นนอนแล้วไม่ดูหน้าจอก่อน แล้วประมาณว่ามิติชีวิตจะเปลี่ยนไปเลยสิ ผมเคยทดลองเหมือนกัน และก็รู้สึกวิเศษมากจริง ๆ ครั้งแรกสองวัน แต่กลับมาทำงาน ผ่านมาไม่ถึงสัปดาห์ ความรู้สึก "สดชื่น" นั่นหายไป
แล้วฉันเลยเริ่มถามตัวเอง: ถ้า digital detox ช่วยได้จริง ทำไมผลมันถึงสั้นแค่นี้? และสำคัญกว่านั้น ทำไมเรายิ่งติดเครื่องมากขึ้นในเพื่อกลับบ้าน นั่นสัญญาณว่า ปัญหาอยู่ที่ไหนเล่า?
ปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ในเครื่อง
ลองนึกดูสิ ที่จริงแล้วเราไม่ได้ติดโทรศัพท์หรือแอปพลิเคชัน เราติดกับสิ่งที่เครื่องนั้นให้มา: การไม่รู้สึกว่าตัวเองสำคัญพอ, ความกลัวว่าเพื่อนจะพูดอะไรอยู่เบื้องหลัง, ความจำเป็นที่จะต้องสำเร็จให้เสร็จ, หรือแค่อยากเลี่ยงสภาวะซ้ำซาก
ดีจิทัลดีทอกซ์เหมือนกับการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลืมปัญหา แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมาปัญหายังคงอยู่เหมือนเดิม บางทีแม้ยิ่งแย่ลงก็ได้ เพราะเราเพิ่งโดยทำให้ปัญหาไม่ทำให้มันสูญหายไป
มันมี 3 ประเภทของการสร้างการพึ่งพาดิจิทัล
ปัญหาไม่ได้ฝังอยู่ในเทคโนโลยีแต่อยู่ที่เราใช้มันเพื่ออะไร การพูดถึง digital detox ราวกับว่ามันเป็นปัญหามหาศาล มันเหมือนการเลือกที่จะมองข้ามสิ่งที่ลึกกว่า:
- หมวดที่ 1: การหลบหนีจากอารมณ์ เราเปิดแอปสีเหลืองเมื่อเรารู้สึกเหงา ไม่ใช่เพราะแอปมันดีขนาดไหน แต่เพราะมันเสียดสีอารมณ์นั้นแม้แต่นิดเดียว การดีทอกซ์ก่อให้เกิดปัญหาใหม่: เมื่อทำไม่ได้ปิดหนี เราจะต้องหันมาเผชิญกับอารมณ์จริง ๆ และส่วนใหญ่เรายังไม่พร้อม
- หมวดที่ 2: การตรวจสอบสถานะทางสังคม เราเลือกหน้าจอเพื่อรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ในโลกของแสดงตัว ความเห็นของคนอื่น ๆ เกิดขึ้นจากการยืนยันทางออนไลน์ แค่ปิดแอปไปไม่ได้แก้ว่าเหตุใดเราจึงยังหากหลักสำหรับตัวตนของเรา
- หมวดที่ 3: การถูกบังคับด้วยโครงสร้าง งานเรา คณะเหล่าคณะและสังคมเดินหน้าไปด้วยเครือข่ายดิจิทัล ดีทอกซ์ไป แล้วเรากลับมาชีวิตนี้ยัง รอคอยเราเสมอ
ดังนั้นควรทำอะไรแล้ว ตั้ง digital detox ไม่ได้เหรอ?
ไม่ใช่ว่าการออฟไลน์ไม่ดี มันดีจริง แต่ถ้าเรามองว่ามันเป็นโรค ไม่ใช่อาการ การปิดเครื่องสี่เหลี่ยมนี้ไป 48 ชั่วโมง มันช่วยได้แค่ 48 ชั่วโมง พอเปิดกลับมา ปัญหาเดิมยังอยู่ เพราะเราไม่ได้แก้ไขเหตุผลที่เราหันไปหาเครื่องแต่แรก
สิ่งที่ต้องการจริง ๆ ไม่ใช่การดีทอกซ์ จากอุปกรณ์ แต่การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเทคโนโลยี มันต่างกัน เยอะเลย
แล้วสัมพันธ์ "ดี" กับอุปกรณ์หมายถึงอะไร?
ตามความเห็นของผม มันหมายถึง เลือกอย่างมีสติว่าใช้อุปกรณ์เพื่ออะไร ไม่ใช่อื่นใคร ตัดสินใจ ไม่ใช่ให้อัลกอริธึมตัดสินใจให้เรา คนส่วนใหญ่ เปิดแอป เลื่อนไป เลื่อนไป โดยไม่เคยถามตัวเองว่า "ทำไมฉันต้องทำสิ่งนี้ตอนนี้" ลดผลกำไรของการสำรวจหรือการเชื่อมต่อที่ไม่มีวัตถุประสงค์ เพราะแค่เปิดแอปไม่ได้พลาด
บางคนพูดว่า "โอเค ฉันจึงทำตามวิธี Steve Jobs หรือ Tim Cook แล้วห้ามลูกของฉันใช้ไอแพด" เฮ้ว เดี๋ยวสิ ผู้บริหารของ Apple เหล่านี้ห้ามลูกของพวกเขาใช้เทคโนโลยี? ตัวจริงเทพลูกอีก นั่นมันดูเหมือนว่า พวกเขาเข้าใจความอันตรายและเลือกใช้ยาแก่เรา ส่วนให้เรารักษานิสัยแล้ว มั่น
แล้วส่วนใหญ่ของเรา ไม่ได้มีตัวเลือก เราไม่ใช่เมืองหลวง หลายคนต้องงบ ต้องอยู่ออนไลน์ เพราะงานตามที่กล่าวไว้ในจุดที่ 3 ด้านบน ดีทอกซ์จึงกลายเป็นความหวังสูตรเด็ด ในตัวจริง มันเท่ากับว่า "หักหลังจากท่าที่ตัวเอง ล้นออกมาแล้วนั้น"
วิธีจริง ๆ ที่ผมคิดว่าเรา "อาจะ" ลองดู
ที่จริงแล้ว การเขียนไว้อย่างสมจริง วิธีแก้ไขไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัญหามันเชื่อมโยงกับโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และจิตใจลึก ๆ ของแต่ละคน แต่ก็ลองได้ด้วยสิ่งพื้นฐานบ้าง:
- ตั้งเจตนา ไม่ใช่แค่กฎ - อย่ามุ่งมั่นว่า "ฉันจะไม่ใช้เน็ตประจำวันนี้" ลองคิดว่า "ฉันต้องการใช้เวลากับคนที่ฉันรัก ฉันเลยจะเก็บเครื่องเอาไว้ระหว่างเวลา X ถึง Y" ความแตกต่างอยู่ที่เจตนา
- หารสิ่งที่แทนที่สิ่งที่เรากำลังขาด - ถ้าเราติดโทรศัพท์เพราะเหงา แค่ปิดเครื่องไม่ได้ แต่ไปพบเพื่อน ไปกีฬา ไปอ่านหนังสือ อะไรก็ได้ที่เป็นปฏิสัมพันธ์จริง
- สำรวจสาเหตุ อย่าหลีกเลี่ยง - ถามตัวเองว่า ฉันเปิดแอปนี้เพื่ออะไร? เหงาจริง ๆ? กลัวอะไร? เจอสิ่งของรรมศาสตร์? ถ้าคำตอบน่ากลัวเกินไป ความเห็นของผมคือต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจ ไม่ใช่แค่ปิดแอป
- ยอมรับว่าดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต - เราไม่ได้กลับไปมีชีวิตแบบทศวรรษ 1990 ได้ เทคโนโลยีอยู่เพื่อช่วยเรา หากเราเข้าใจว่าใช้เมื่อไร และไม่ใช้เมื่อไร เราจะหาสมดุล
เรียนรู้อีกบิตจากการศึกษา
ตามที่Britannicaและผลศึกษาต่าง ๆ พบว่า ปัญหาของจิตใจสมัยนี้ไม่ได้มาจากเทคโนโลยีแต่อย่างใด มาจากวิธีที่เราใช้มัน และวัฒนาการของสังคมที่รอบตัว เมื่อคุณเห็นเพื่อนสูงสอบก็ขึ้นเน้นสมาธิ คุณจะว่าเทคโนโลยีเลว? หรือว่าเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์และอยากได้สิ่งที่อื่น ๆ ได้?
นั่นเอง มันหลายหลายเท่าที่ซับซ้อน
ที่สุดแล้ว
Digital detox ไม่ใช่คำตอบ มันเป็น escape key ชั่วขณะ สิ่งที่เราต้องทำ คือการปลูกจิตสำนึกที่แท้จริง เข้าใจว่า เครื่องมือเหล่านี้ถูกสร้างมาด้วยเจตนาให้ติดเข้า ถ้าเรารู้สึกถูกดึง ก็ไม่ใช่ความผิดหมดของเรา แต่ก็ยังเป็นความรับผิดชอบของเรา ที่จะหยุดชัก จากสิ่งที่ไม่เป็นคุณ
บางทีวิธีเดียวที่จะทำให้ดีทอกซ์สำเร็จ คือการเห็นว่าเราต้องการอะไรจริง ๆ จากชีวิต และปลูกนิสัย ความสัมพันธ์ ที่ดีกับตัวเอง ไม่ใช่กับเครื่องเท่านั้น การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานแบบใหม่ก็อาจช่วยได้เช่นกัน - Remote Work vs ออฟฟิซ: ใครควรเลือกแบบไหน ตามสถานการณ์จริง เพราะ งานคือสิ่งที่ผลักดันให้เรายึดติดกับหน้าจอมากที่สุด
ถ้าเราไม่แก้ที่ต้นเหตุ ดีทอกซ์ก็เป็นแค่การหนีศึก ที่สั้นแสนสั้น
แสดงความคิดเห็น